“ชวน” ชี้กยศ.ช่วยลดช่องว่างการศึกษา ติงผู้กู้ควรคืนเงินสร้างความรับผิดชอบ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิม โดยได้ยกเลิกการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ และการคิดเบี้ยปรับว่า กองทุน กยศ. ได้ตั้งขึ้นในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยคนยากจน หรือคนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา โดยเริ่มต้นจากงบประมาณ 3 พันล้านบาท ทำให้เด็กได้เรียนถึงประมาณ 7-8 หมื่นคน แต่ปัจจุบันมีงบประมาณ 6 แสนกว่าล้านบาท ทำให้มีเด็กได้เรียนประมาณ 6 ล้านคน เรียกว่าเป็นการลดช่องว่างเรื่องการศึกษาได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของคนที่เรียนหนังสือ หรือยุคของการกระจายโอกาส เพราะฉะนั้นเรื่องดังกล่าว เกิดผลดีในการให้เด็กไทยได้เรียนหนังสือมากขึ้น

“แต่ช่วงหลังๆ มีปัญหา เพราะมีสถาบันการศึกษาบางแห่ง ยุยงไม่ให้เด็กคืนเงิน กยศ. ที่รู้เพราะมีคนมาขอบคุณว่าได้เรียนและกู้ กยศ. จบแล้วมีงานทำ จึงถามกลับไปว่า ได้คืนเงินกู้หรือยัง เขาบอกว่าไม่คืน เพราะมหาวิทยาลัยแนะนำไม่ให้คืน และจากที่ทราบคือมหาวิทยาลัยของเอกชน เพราะฉะนั้นหากเราไปดูตัวเลขมหาวิทยาลัยรัฐมีค้างอยู่ แต่สัดส่วนไม่สูงมาก ซึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนมีค้างมาก จึงได้รณรงค์ว่า เงินสำคัญก็จริง แต่ไม่สำคัญเท่ากับให้คนรับผิดชอบ เพราะบ้านเมืองจะอยู่ได้ด้วยความรับผิดชอบ” นายชวน กล่าว

ส่วนเรื่องของดอกเบี้ย ถ้าคิดในมุมของการหาเสียง ก็ไม่ต้องคิดเรื่องดอกเบี้ย แต่ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์ของชาติ ก็ควรต้องมีดอกเบี้ยส่วนหนึ่ง เพื่อให้ผู้กู้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบและมีส่วนร่วม ซึ่งดอกเบี้ยนี้จะเป็นส่วนที่มาช่วยให้เลี้ยงองค์กรให้อยู่ได้ ช่วงหลังมีแปรญัตติมา 0.25% จากเดิมรัฐบาลเสนอไว้ที่ 2% แต่กรรมาธิการเห็นว่าให้มี แต่ขอให้น้อยที่สุดคือ 0.25% ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่สูง และช่วยสร้างความรับผิดชอบ